ถึงเวลากระเป๋าฉีก!! Android Market ในไทยซื้อ App ได้แล้ว พร้อมความสามารถใหม่อีกเพียบ

บ่นกันอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน เมื่อไหร่คนไทยจะได้มีโอกาสซื้อ App มาใช้กับเค้าซักที เหมือนรอ “เครือข่าย 3G ที่รู้ว่ามีแต่ยังไม่มา” แต่ในที่สุดมันก็มาแล้ว ได้เวลาเสียเงินกันซักที วันนี้ ThaiDroidUpdate มาสรุปเรื่องสิ่งที่เปลี่ยนไปทั้งหมดของ Android Market มาให้ทุกๆ คนดูกันแบบละเอียดยิบด้วยนะ มาดูกันเลยดีกว่าว่าใน Market ของเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างนะ

ในวันที่ 2 ของงาน Google I/O ทาง Google ได้ออกมาประกาศให้่ชาวโลกได้รับรู้ว่า Android Market ของพวกเค้าจะมีการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ และ 1 ในการปรับปรุงทั้งหมดนั้นก็มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่คิดว่าหลายคนจะต้องกระโดดโลดเต้นดีใจแบบสุดๆ กันแน่นอน ก็คือระบบ Paid Market หรือระบบการจ่ายเงินซื้อ App บน Android Market ที่ทาง Google ประกาศจะเปิดเพิ่มในอีก 99 ประเทศ และภายหลังจากได้ประกาศเสร็จ Google ก็เปิดระบบ Paid Market ให้ในทันทีเลยทีเดียว โดย 1 ในประเทศผู้โชคดีนั้นก็มีประเทศไทยอยู่ด้วย!! (ก็แหงล่ะ ตั้ง 99 ประเทศ ไม่มีไทยก็ใจร้ายไปหน่อยมั้ง)

งานนี้ทำเอาผมช็อคไปเล็กน้อย เพราะเพิ่งยอม Root เครื่องของตัวเองเพิ่งไปซื้อเกมมาลงเมื่อคืนนี้เอง ก่อนที่ทาง Google จะประกาศข่าวนี้ออกมา แต่ปรากฎว่า Apps ที่ผมซื้อมา (ส่วนใหญ่จะเป็นเกม) ยังไม่มีใน Market ของไทยอยู่ดีนั่นเอง นั่นก็เป็นเรื่องปกติของ Market ของแต่ละประเทศอยู่แล้วล่ะครับ เคยได้ยินมั้ยล่ะครับ ว่าแต่ละประเทศมี Apps ใน Android Market ไม่เหมือนกัน เพราะว่า Developer สามารถเลือกได้ว่าจะส่ง Apps ขึ้น Market ของประเทศไหนได้บ้างนั่นเอง

สำหีับ Market ไทยในตอนนี้ ถึงจะมี Apps ที่ต้องเสียเงินซื้อแสดงขึ้นมาเป็นสกุลเงินบาท แต่ตอนจ่ายเงินก็ต้องจ่ายผ่านเครดิตเป็นสกุลเงินดอลล่าห์อยู่ดีครับ

*ขอบคุณภาพจากคุณ Weerapat Easygang ครับ

ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ Google พูดถึงเกี่ยวกับ Android Market มีดังนี้ครับ

- ตลาด Android Market ในนานาชาติเติบโตขึ้นมาก สังเกตได้จากในช่วงนี้ของปีที่แล้ว 70% ของผู้ใช้งาน Market ทั้งโลก ยังเป็นคนอเมริกาอยู่เลย มาถึงปีนี้ผู้ใช้งาน Android ในอเมริกาก็ยังเยอะขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าจำนวนผู้ใช้งานในต่างประเทศจะเติบโตมากกว่า จนทำให้ผู้ใช้งาน Android Market ในอเมริกาเหลืออัตราส่วนแค่ 40% ของคนทั้งโลกเท่านั้น อย่างนี้แสดงว่าประเทศอื่นๆ อัตราการเติบโตของ Android พุ่งแบบสุดๆ จริงๆ

- ผู้ใช้ Android ส่วนใหญ่ชอบเล่นเกม ตอนนี้สถิติ Apps ที่มียอดขายสูงสุดก็ยังคงเป็นเกม ไม่ว่าเกมจะราคาสูงขนาดไหน คนก็ยังยอมจ่ายเงินซื้อเกมที่ต้องการมาเล่นได้อยู่ดี

สำหรับนักพัฒนา

- ตั้งแต่วันนี้ไป หลังจากเรา Upload Apps ขึ้นไปบน Market แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Publish หรือ Draft เราก็จะสามารถดูได้ว่า Android ตัวไหนที่สามารถรองรับการใช้งาน Apps ของเราได้บ้าง โดยข้อมูลความต้องการพื้นฐานขั้นต่ำ จะขึ้นอยู่กับค่า Revision Level ในไฟล์ Manifest ของตัว Apps ที่เราตั้งค่าไว้นั่นเอง

- ในกรณีที่หากมี Apps บางตัวที่ต้องการลง Apps ใน Market แบบตัวเดียวหลาย Version ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทาง Google จะเปิดระบบใหม่ Multi-APK หรือเป็นการควบรวม Apps เหล่านั้นไปอยู่ในหน้าเดียวกันไปเลย โดยมันจะทำให้เราสามารถเลือกได้ว่าจะโหลด Apps Version ไหน หรือ Apps สำหรับจอขนาดเท่าไหร่ ได้ในหน้า Apps หน้าเดียว ไม่ต้องไปไล่ค้นหาในหลายหน้าให้วุ่นวาย ส่วนข้อมูลพวกการให้คะแนน Rating, คำวิจารณ์ หรือระบบการจ่ายเงิน ก็จะถูกควบรวมไว้ในหน้าเดียวด้วยเช่นกัน

- Android Market จะสามารถรองรับ Apps ที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นได้ โดยจะสามารถรองรับ Apps ที่มีขนาดใหญ่มากสุดได้ถึง 4 GB โดยเราสามารถแบ่งเป็น 50 MB สำหรับเป็น Apps ที่ให้ผู้ใช้โหลดตอนเริ่มต้น เพื่อใช้สำหรับเข้าไปโหลดไฟล์ที่ถูกย่อไว้ขนาดสูงสุด 2 GB อีก 2 ตัว ซึ่งเราสามารถ Upload ไฟล์เหล่านี้ขึ้นไปอยู่บน Android Market ได้เลย ทาง Market จะรองรับภาระเรื่อง Traffic ที่ต้องใช้ในการโหลดไฟล์เหล่านี้ให้ทั้งหมด

- เพื่อความง่ายต่อการทำการตลาด ทาง Google ก็ได้เพิ่มในส่วนของระบบ “คลิ้กเดียว Ad-Mob ก็ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย” เพิ่มไปในหน้าเครือมือช่วยเหลือของนักพัฒนาไว้แล้ว โดยที่เราไม่ต้องไปยุ่งกับ File Package ให้วุ่นวาย ทำให้เราติดตั้งโฆษณาของ Ad-Mob ลงใน Apps ได้ง่ายขึ้นไปอีก

- รายงานการขาย Apps ของ Developer จะถูกเก็บย้อนหลังไปจนถึงเดือนมกราคมปี 2010 เลย

- In App Billing เปิดบริการมานานกว่า 45 วันแล้ว แต่ผู้ที่หันมาใช้ระบบนี้ยังไม่มากนัก แต่ผลการสำรวจพบว่านักพัฒนาที่หันมาใช้ระบบนี้นั้น สามารถทำรายได้ได้ถึง 25 เท่าของรายจ่ายเลยทีเดียว

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

- ตั้งแต่วันนี้ไป Android Market จะมีหน้าใหม่ที่เรียกว่า “Trending” สำหรับไว้ดูว่า Apps ตัวไหนถูกโหลดมากที่สุดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือพูดง่าย ว่า “App ไหนดังอยู่ในช่วงนี้ก็เอาขึ้นมาโชว์เลย” นั่นเอง โดยระบบนี้จะแยกจัดอันดับสำหรับแต่ละประเทศเท่านั้น ไม่มีการจัดอันดับข้ามประเทศ

- เพิ่มหน้ารายการขึ้นมาอีก 3 หน้า คือหน้า “App ใหม่และฟรียอดฮิต (Top New Free)” กับหน้า “App ใหม่และเสียเงินยอดฮิต (Top New Paid)”  และยังมีอีก 1 หน้าที่ดูแล้วยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือ “หน้าจัดอันดับ Apps ทำรายได้สูงสุด” หรือ Bill Board สำหรับ Android Market นั่นเอง

- ตั้งแต่วันนี้ไป Android Paid Market หรือ Market แบบเสียเงินซื้อ Apps ได้ จะเปิดบริการเพิ่มในอีก 99 ประเทศทั่วโลกแล้ว รวมไปถึงประเทศไทยด้วย

- เพิ่มหน้าต่างสำหรับผู้ใช้งานอีก 2 หน้า “Users also Viewed” และ “Users also Installed” เพื่อแสดงรายชื่อ Apps ที่มีคนเพิ่งเข้าไปดู และเพิ่ง Download ไปใช้งานล่าสุดนั่นเอง

- เราสามารถบันทึกความเห็นส่วนตัว ลงในหน้าข้อมูลของ Apps ที่เราลงไว้ได้

- จะมีระบบใหม่ “Editor Choice” หรือระบบ “Apps ที่ดีที่สุด” โดยระบบจะเลือกจากรายชื่อ Developer ระดับ Top ที่สามารถสร้าง Apps ที่มีคนโหลดมหาศาล และจัดให้อยู่ในกลุ่ม Developer ที่น่าติดตามผลงาน (ดูตัวอย่าง Apps ที่มีชื่อ Developer ที่ถูกเลือกได้ข้างล่างนี้ครับ)

- เพิ่มการรองรับระบบการจ่ายเงินผ่านทางผู้ให้บริการเครือข่าย เมื่อระบบนี้ถูกเพิ่มเข้ามา เราก็สามารถที่จะซื่้อ Apps โดยจ่ายเงินผ่านทางการหักเงินค่าบริการกับเครือข่ายโทรศัพท์ที่เราใช้งานอยู่ได้นั่นเอง ทีนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตซื้ออย่างเดียวก็ได้แล้วล่ะ แต่ True Move, DTAC และ AIS จะเปิดให้บริการในส่วนนี้เมื่อไหร่นั้นต้องรอตามข่าวกันดูอีกทีครับ

- ระบบขอคืนเงินได้ภายใน 15 นาที หลังจากซื้อ App ยังคงไว้เหมือนเดิม

- มีการเพิ่มระบบใหม่เพื่อให้เราสามารถเลือกดูเฉพาะ Apps ที่มีความนิยมระดับต่างๆ ไล่ตั้งแต่นิยมมากไปจนถึงความนิยมน้อย หรือจะดู Apps ทั้งหมดก็ได้ โดยเราสามารถเข้าไปปรับได้ที่ Market -> Menu -> Settings

  • Everyone
  • Low maturity
  • Medium maturity
  • High maturity
  • Show all apps

Google Update Android Market รอบนี้รอบใหญ่จริงๆ หากใครยังไม่ได้ Update เป็น Market ตัวใหม่ล่ะก็ ให้เข้าไปที่ Menu > Settings > Application > Manage Application และเลือก Clear Data และลองเปิด Market ใหม่อีกรอบได้เลย

Ref: androidcentral(1), androidcentral(2), techcrunch

ผู้เข้าชม : 13106

Related Posts




  • Mpoohs

    ใช้ iPhone ไม่เคยเสียเงินซื้อ Apps เลยซักตัว ถึงเป็น Apps ที่ต้องเสียตังค์ แต่ก็หาวิธีโหลดมาใช้ได้หมด ทำไม Android บอกว่า Apps ฟรีมีเยอะกว่า แต่ทำไมยังต้องเสียเงินจ่ายเพื่อจะได้ Apps ดีๆมาใช้งานซักตัว กำลังจะลองเล่นมือถือที่เป็น Android บ้างแต่ถ้าต้องเสียตังค์เพื่อซื้อ Apps อีกคงต้องถอยดีกว่า

  • Anonymous

    พูดงี้ก็ไม่ถูกนะครับ App ที่เราซื้อกัน เงินที่จ่ายไปก็คือเงินสำหรับเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนักพัฒนาทั้งหลายนะครับ คิดดูว่าเราแอบเอามาลงฟรีทีนึงเงินที่นักพัฒนาควรจะต้องได้หายไปเท่าไหร่ น่าเศร้าใจมากเรื่องนักพัฒนาขาย App ไม่ได้ เพราะมีคนแอบเอา App ตัวเองไปปล่อยฟรีนี่แหละครับ

  • Zer

    ไม่ต่างจากขโมยเท่าไหร่เลยนะคุณ

  • http://surin108.com ดอกธูป

    มีปัญญาซื้อ Iphone แต่ไม่มีปัญญาจ่ายค่า Apps 30 เนี่ยอะนะ แบบนี้จะมีแอฟดี ๆให้ใช้ไปกี่น้ำ ?? คนพัฒนาเขาต้องกินต้องใช้เหมือนกัน